ประวัติและตราสัญลักษณ์
  ข้อมูลสภาพทั่วไป
  ลักษณะที่ตั้ง
  ลักษณะสังคม
  ลักษณะเศรษฐกิจ
  ลักษณะโครงสร้างพื้นฐาน
  ข้อมูลหมู่บ้าน
  ผลิตภัณฑ์หมู่บ้าน
  สถานที่สำคัญ
  โครงสร้างการบริหาร
  คณะผู้บริหาร
  สมาชิกสภา
  หัวหน้าส่วนราชการ
  เจ้าหน้าที่สำนักงานปลัด
  เจ้าหน้าที่ส่วนการคลัง
  เจ้าหน้าที่ส่วนโยธา
  เจ้าหน้าที่ส่วนการศีกษา ศาสนา
   และวัฒนธรรม
  เจ้าหน้าที่ส่วนสาธารณสุข
    และสิ่งแวดล้อม
  เจ้าหน้าที่ส่วนส่งเสริมการเกษตร
  ผลงาน อบต.
  รายรับรายจ่าย
  สำนักงานปลัด
  ส่วนการคลัง
  ส่วนโยธา
  ส่วนการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
  ส่วนสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม
  ส่วนส่งเสริมการเกษตร
  ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
  ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
  แผนพัฒนาสามปี
  แผนการดำเนินงาน
  แผนยุทธศาสตร์
  แผนอัตรากำลัง
  ข้อบัญญัติงบประมาณ
  รายงานการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา
  พ.ร.บ./พ.ร.ก.
  กฎกระทรวงและระเบียบ
 
 
 
 
   
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  
 
 
 

 
 
 
 
 
สำหรับผู้ที่ยังไม่มี Program Acrobat
Download Program
 
                     257317
 
 
 

   
         เป็นวัดแค เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อปรากฏในวรรณคดีเรื่อง "ขุนช้างขุนแผน" อยู่ในอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ไปทางเหนือวัดพระ-ศรีรัตนมหาธาตุประมาณ 2 กม. ภายในวัดนี้มีต้นมะขามใหญ่ วัดโคนต้นโดยรอบประมาณ 10 เมตร เชื่อกันว่าขุนแผนได้ วิชาเสกใบมะขามจากต้นมะขามนี้ให้เป็นตัวต่อตัวแตนจากท่านอาจารย์คง ไว้โจมตีข้าศึกทางจังหวัดได้สร้างเรือนไทยทรง โบราณเรียกว่า "คุ้มขุนแผน" ใกล้กับต้นมะขามยักษ์นี้อีกด้วย ยังมีโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ได้แก่ พระพุทธบาททองเหลืองสี่รอย สร้างซ้อนกันไว้ในรอยใหญ่ พระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิราชศิลปรัตนโกสินทร์ จีวรและอังสะเป็นดอกพิกุลงดงามมาก ประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าพระประธาน สิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ก็มี เช่น ระฆังทองเหลือง หม้อต้มกรักทองเหลือง ตู้ใส่หนังสือที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัวทรงถวายเมื่อปี พ.ศ. 2412
           วัดสารภี เป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่งมีอายุกว่า 200 ปี อยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพกราบไหว้บูชา 2 อย่าง คือ พระพุทธมุนีศรีมงคล (หลวงพ่อใหญ่) เป็นพระประธานแบบปูนปั้นหน้าตัก 90 นิ้วปางสมาธิประดิษฐานอยู่ในโบสถ์มหาอุตม์อายุกว่า 100 ปี และรูปปั้นพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ (ท้าวสักกะเทวราช) ที่เก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่เท่าองค์จริงตั้งอยู่ที่หน้าวัด พระอินทร์ คือ เทวดาผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ กายสีเขียว มีพระเนตรถึงพันดาว ใช้วัชระ (สายฟ้า) เป็นอาวุธ มีช้างเอราวัณเป็นพาหนะ พระอินทร์เป็นผู้ดูแลทุกข์สุขของมนุษย์โลกยามใดที่มีเรื่องเดือดร้อน อาสนะของพระอินทร์ที่เคยอ่อนนุ่มก็จะแข็งกระด้าง หรือบางครั้ง ก็ร้อนจนไม่สามารถประทับได้ พระองค์ก็จะเสด็จลงมาโปรด หรือให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลนั้นๆ
                ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตำบลรั้วใหญ่ เลยวัดแคไปไม่ไกล สาเหตุที่สร้างวัดนี้น่าจะมาจากที่มีพระพุทธรูปปางนาคปรกเนื้อหินทรายขาว สมัยลพบุรีและคงมีคนในสมัยก่อนที่อยู่ทางเมืองเหนือ เสี่ยงสัตย์อธิฐานให้ลอยมาตามแม่น้ำท่าจีน (แม่น้ำสุพรรณ) จะด้วยปาฏิหาริย์หรือบุญบารมีของวัดนี้หรือไม่อย่างไรมิทราบพระพุทธรูปปาง นาคปรก จึงได้ลอยมาวนเวียนอยู่ที่ตรงคุ้งน้ำนี้ จึงได้ทำพิธีอาราธนาขึ้นมาจากแม่น้ำ นอกจากนี้ยังมีโบสถ์ที่ปรักหักพังสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทอง ทางวัดได้ปฏิสังขรณ์โดยสร้างโบสถ์ใหม่ครอบและยังมีอุโบสถจตุรมุขใหญ่สูงเด่น สง่างามประดิษฐานพระพุทธนวราชมงคล สวยงามมาก และมีพระพุทธรูปเนื้อหินทรายปางต่างๆเก่าแก่มาก บริเวณท่าน้ำหน้าวัดเป็นที่สงวนพันธุ์สัตว์น้ำ มีฝูงปลาหลายชนิดผู้มาเที่ยวชมสามารถให้อาหารปลาได้ ถือเป็น อุทยานมัจฉา อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี
              เดิมชื่อวัดเชิงหวาย มีตำนานเล่าว่า มีชายคนหนึ่งจากบ้านพลูหลวง ตำบลพิหารแดง จะเดินทางไปกรุงศรีอยุธยา เพื่อสมัครเป็นทหารอยู่ในกองช้าง เนื่องจากมีความรู้ในการเลี้ยงช้าง มาพักเหนื่อยที่ศาลาวัดเชิงหวาย แล้วนอนหลับกรนเป็นเสียงดนตรี เด็กวัดได้ยินจึงไปบอกให้เจ้าอาวาสไปดู เจ้าอาวาสพิจารณาดูรูปลักษณ์ของชายคนนั้น แล้วทำนายว่าต่อไปข้างหน้าจะได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ชายคนนั้นจึงก้มลงกราบแล้วพูดว่า ถ้าได้เป็นใหญ่เป็นโตจริง ๆ จะกลับมาสร้างกุฎีทอง ต่อมาภายหลังชายคนนั้นได้เป็นกษัตริย์ราชวงศ์ บ้านพลูหลวง ซึ่งสมเด็จพระเทพราชา ครองกรุงศรีอยุธยาองค์ที่ 28 ระหว่าง พ.ศ. 2231 – 2246 ซึ่งหลังจากทรงขึ้นครองราชย์แล้วได้มาสร้างกุฎีทองไว้ที่วัดเชิงหวาย ต่อมาจึงได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดกุฎีทอง และตั้งเป็นหมู่บ้านในเวลาต่อมา

          วัดแห่งนี้ ไม่สามารถค้นหาที่มาได้อย่างได้ชัดเจน แต่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าต่อกันมาว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๗  กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย ได้มานมัสการวิหารแห่งนี้และได้นำไปขึ้นทะเบียนของกรมศิลปากร เพื่อเป็นสมบัติของชาติ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ประมาณต้นรัชกาลที่ ๓ มีชาวลาวอพยพ มาจากเวียงจันทร์ ได้สร้างวัดขึ้นเพื่อใช้ประกอบศาสนกิจ และได้ตั้งชื่อว่า วัดกงจักร ตามที่ โบราณได้เสี่ยงทายกงจักรลอยน้ำมาขึ้นที่บริเวณแห่งนี้

            กำแพงเมืองสุพรรณบุรี ในเขตพื้นที่ของตำบลรั้วใหญ่ ตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี ห่างจากริมแม่น้ำสุพรรณบุรีประมาณ ๑ กิโลเมตร วัดระยะตามแนวเหนือใต้ประมาณ ๓,๖๐๐ เมตร ด้านเหนือใกล้หมู่บ้านวัดแค ด้านใต้อยู่กลางทุ่งนา ตรงกับวัดมรกต(ร้าง) ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟสุพรรณบุรีในปัจจุบันลักษณะของกำแพงเมือง สุพรรณบุรีนี้ มีผู้สันนิษฐานว่ามีลักษณะเป็นเชิงเทิน มีเสาเพนียดปักบนเชิงเทิน จึงมีการสร้างจำลองรูปแบบของกำแพงเมืองสุพรรณบุรีขึ้นใหม่ ตามแบบที่สันนิษฐานนั้นในที่บริเวณคูเมืองโบราณริมถนนมาลัยแมน

        ประเพณีขึ้นศาลเป็นประเพณีสำคัญของชาวบ้านกุฏีทอง หมู่ที่ 3 และบ้านท่าบางเจริญ  หมู่ที่ 6 ตำบลรั้วใหญ่ หนุ่มสาวที่อยู่ในเขตวัดกุฏีทอง เมื่อแต่งงานกันแล้วจะพากันมาไหว้ศาล ในช่วงเดือน 6 เพื่อเป็นสิริมงคลแก่คู่หนุ่มสาวที่แต่งงานกัน ทำให้ชีวิตครอบครัว มีความสุข ความเจริญ และถ้าคู่หนุ่มสาวใดไม่ไปไหว้ตามศาล มีความเชื่อกันว่า จะเจ็บป่วย ทำมาหากินไม่ขึ้น

 

หน้าที่ [1]
 
       
       
       
 
 
   
Protect The King สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กฎหมายรัฐธรรมนูญ ราคากลางสินค้า กรมการค้าภายใน ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ สมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กรมบัญชีกลาง
สมาคมพนักงานส่วนตำบล กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงบประมาณ ศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารงานท้องถิ่น กระทรวงสาธารณะสุข ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร youtube ebay
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน/ชุมชน(SML) ตามแนวปรัชญาเศรษกิจพอเพียง(สพศ.) กระทรวงพาณิชย์ กรมสรรพากร
   
   
  หน้าแรก | ผลงาน อบต. | สถานที่สำคัญ | กระดานกระทู้ | ติดต่อ/ร้องทุกข์ © สงวนลิขสิทธิ์ ๒๕๕๓ โดย องค์การบริหารส่วนตำบลรั้วใหญ่